คืนมาครอสสู่สังคม หลังจากที่แฟน ๆ ต้องรอมานาน แถมมีโอกาสได้ดูฉบับ live action เพิ่มมาด้วย

ถือเป็นข่าวดีที่แฟน ๆ ของแฟรนไชส์ MACROSS ในต่างประเทศรอกันมาอย่างยาวนาน เมื่อทาง Big West, Studio Nue และ Harmony Gold USA ได้ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 9 เมษายน ว่าจะอนุญาตให้มีการเผยแพร่ทีวีซีรีส์ภาคต่อและภาพยนตร์ของ MACROSS ส่วนใหญ่ ได้ในทันที

โดยข้อตกลงที่ลงนามไว้เมื่อวันที่ 1 มีนาคมยืนยันว่าทาง Big West จะไม่ต่อต้านใด ๆ กับโปรเจค Robotech ฉบับภาพยนตร์คนแสดงในญี่ปุ่น นอกจากนี้ทาง Big West จะไม่โต้แย้งเกี่ยวกับการใช้สิทธิ์ของทาง Tatsunoko ที่เกี่ยวกับตัวละคร 41 ตัวและ Mecha ในฝั่ง Robotech ทั้งตัวของซีรีส์และสินค้านอกประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ทั้ง 3 บริษัทจะร่วมมือกันเผยแพร่ MACROSS และ Robotech ในอนาคต

สำหรับเรื่องราวทั้งหมดของมหากาพย์ลิขสิทธิ์ MACROSS และ Robotech เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1982 ที่ Studio Nue ได้เปิดตัวแฟรนไชส์ Cho Jiku Yosai Macross เมื่อปี 1982 โดย 3 บริษัท คือ Studio Nue ทำงานร่วมกันกับบริษัทโฆษณา Big West และ Tatsunoko Production ในการผลิตอนิเมะเรื่องนี้ขึ้นมา ซึ่งความนิยมของซีรีส์นี้สูงจนมีภาคต่อออกมาทั้ง ทีวีซีรีส์, มังงะ, เกม, OVA และ ภาพยนตร์อนิเมะ ต่อมาอีกมากมายจนถึงปัจจุบัน

สำหรับในต่างประเทศนอกญี่ปุ่น ทาง Tatsunoko Production ได้มอบสิทธิต่าง ๆ ของซีรีส์ Macross ภาคแรกกับอนิเมะอีก 2 เรื่อง คือ Kiko Soseiki Mospeada และ Cho Jiku Kidan Southern Cross ให้กับทางบริษัท Harmony Gold USA เมื่อปี 1984 และได้นำทั้งสามเรื่องมาตัดต่อใหม่รวมกันเปลี่ยนชื่อเป็น Robotech ออกฉายทางทีวีเมื่อปี 1985 จำนวน 85 ตอน และได้รับความนิยมจนมีภาคต่อตามมา

Harmony Gold USA ยังได้ลงนามในข้อเสนอโปรเจกต์ Robotech ฉบับภาพยนตร์คนแสดง 2 เรื่อง ในปี 2007 กับทาง Warner Brother และ ในปี 2016 กับทาง Columbia Pictures อย่างไรก็ตามยังไม่มีภาพยนตร์เรื่องไหนที่ได้ออกฉาย มีเพียงแค่ Jason Fuchs ผู้เขียนบทภาพยนตร์ Wonder Woman (2017) มาเขียนบทให้ภาพยนตร์

ในข้อตกลงเมื่อปี 1991 นั้น ทาง Tatsunoko Production ให้สิทธิ์กับทาง Harmony Gold USA ในการใช้ประโยชน์กับ Macross ทั้ง 36 ตอน, Kiko Soseiki Mospeada 25 ตอน และ Cho Jiku Kidan Southern Cross 23 ตอน แต่เพียงผู้เดียวเป็นระยะเวลา 10 ปี และทางบริษัทขยายข้อตกลงในปี 1998, 2002 และ 2019

ต่อมาในปี 1998 ทาง Big West ได้ฟ้องร้อง Tatsunoko Production ว่าไม่มีสิทธิที่จะสร้างภาคต่อของ Macross ได้ ซึ่งคำตัดสินของศาลในปี 2003 ให้ทาง Tatsunoko ชนะ และการมอบลิขสิทธิ์ Macross ในกับทาง Harmony Gold USA ไม่ใช่เรื่องผิด อย่างไรก็ตามทาง Big West จะถือครองลิขสิทธิ์ดีไซน์ต้นฉบับ 41 แบบที่ใช้ในซีรีส์

ทั้งนี้มาจากผลข้อตกลงระหว่าง Tatsunoko Production และ Harmony Gold USA ในปี 1998 ที่ได้ยกเลิกสิทธิ์ทาง Harmony Gold USA ในการสร้างภาคต่อของซีรีส์ทั้ง 3 แต่ข้อตกลงในปี 2002 ได้ให้อนุญาตสำหรับ Kiko Soseiki Mospeada และ Cho Jiku Kidan Southern Cross เท่านั้น โดยข้อตกลงมีการระบุว่าหาก Harmony Gold ต้องการทำภาคต่อของ Macross จะต้องไม่มีดีไซน์ที่ถือของโดยทาง Big West ซึ่งทาง Tatsunoko Production ได้ฟ้องร้องข้อตกลงของปี 2003 แต่ศาลตัดสินให้ยึดตามเดิม

จากการฟ้องร้องดังกล่าว Tatsunoko Production ได้ขอให้ Harmony Gold USA ดูแลเครื่องหมายการค้าของ Macross นอกประเทศญี่ปุ่นและตกลงว่า Harmony Gold USA สามารถหักค่าธรรมเนียมทางกฎหมายจากค่าลิขสิทธิ์ที่จ่ายให้กับ Tatsunoko Production ได้ ซึ่งทาง Tatsunoko Production ได้โต้แย้งข้อตกลงนี้ในการฟ้องร้อง แต่ศาลได้ตัดสินให้ผู้ชนะเป็นฝ่าย Harmony Gold USA อีกครั้ง

Source : Macross.jpRobotech.com