เมื่อพูดถึงของสะสมที่หากใครได้ไปที่ญี่ปุ่นแล้วเป็นต้องของลองซื้อ(หรือหมุน)ดูสักครั้งล่ะก็ยังไงก็ต้องนึกถึง “กาชาปอง” อย่างแน่นอน เจ้าสินค้าที่อยู่ในรูปของแคปซูลทรงกลมวางรวมอยู่ในตู้ตามที่ต่างๆ เชิญชวนให้ใครต่อใครที่เห็นต้องขอหยุดดูแล้วลองหมุนสักครั้งนี้ มีเสน่ห์ที่ไม่ใช่แค่ทำให้คนญี่ปุ่นสนใจเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้คนทั่วโลกอีกด้วย เหตุใดเจ้าสิ่งนี้ถึงได้น่าดึงดูดมากขนาดนี้กัน และจุดเริ่มต้นความเป็นมานั้นมาจากไหน พวกเรา Akibatan จะขอพาทุกคนมารู้จักเจ้าสิ่งนี้ให้มากยิ่งขึ้นกัน!

กาชาปองเกิดขึ้นเมื่อไหร่?

หากต้องย้อนกลับไปถึงจุดกำเนิดแรกสุดเลยละก็ คงต้องย้อนไปถึงปี 1880 ที่โลกของเราคิดค้นเครื่องขายของอัตโนมัติขึ้นได้เป็นครั้งแรก โดยในยุคนั้นพวกสินค้าที่จำหน่ายโดยเครื่องขายของอัตโนมัตินี้ไม่ใช่เครื่องดื่มหรือของสะสมอะไร แต่เป็นพวกโปสการ์ดหรือหมากฝรั่งเสียมากกว่า โดยแรกเริ่มจะตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ๆ แถบฝั่งตะวันตกของโลกอย่างนิวยอร์คหรือลอนดอน ก่อนที่ต่อมาเจ้าเครื่องขายของอัตโนมัตินี้จะข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่ฝั่งญี่ปุ่นบ้าง จนกระทั่งในปี 1960 คุณ Ryuzo Shigeta ก็เกิดไอเดียนำกลไกของเจ้าเครื่องขายของอัตโนมัติมาสร้างเป็นเครื่องกาชาปองขึ้นมา โดยทำการบรรจุสินค้าลงไปในแคปซูลพลาสติกทรงกลม นั่นทำให้เขาได้รับฉายาว่า “คุณปู่กาชาปอง (The Grandfather of Gachapon)” เพราะเป็นผู้ที่คิดค้นกาชาปองขึ้นมาเป็นคนแรก หลังจากนั้นในปี 1977 ทางบริษัท Bandai ก็ได้ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากาชาปอง และกลายเป็นจุดเริ่มต้นความเฟื่องฟูของอุตสาหกรรมกาชาปองมาจนถึงยุคปัจจุบัน

แล้วทำไมถึงเรียกสิ่งนี้ว่ากาชาปอง?

คำว่า “กาชาปอง” นี้มีที่มาจากเสียงของเจ้าตัวเครื่องและเจ้าลูกบอลแคปซูลตอนที่เราหมุนมันออกมานั่นเอง โดยเสียงตอนที่เรากดหมุนหลังจากใส่เหรียญไปแล้วนั้นจะฟังออกมาได้คำว่า “กาฉะ-กาฉะ (Gacha-Gacha)” พอตัดเหลือแค่คำเดียวเลยกลายเป็นคำว่า “กาฉะ” หรือ “กาชา” ส่วนคำว่า “ปอง” นั้นเป็นเสียงตอนที่ตัวแคปซูลตกลงมาถึงบริเวณจุดที่ให้เราหยิบรับของนั่นเอง

จุดรวมกาชาปองไว้มากที่สุดในญี่ปุ่น

จริงๆ แล้วในญี่ปุ่นเราสามารถเห็นเจ้าตู้กาชาปองได้ตามที่ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะร้านสะดวกซื้อ, ย่านการค้า หรือแม้แต่หน้าสถานีรถไฟ แต่ถ้าหากพูดถึงจุดที่มีตู้กาชาปองรวมอยู่เป็นจำนวนมากในญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ ทางเราขอยกมาให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกัน 4 ที่ด้วยกันได้แก่

สนามบินนาริตะ (Narita Airport) : สถานที่ๆ หากใครไปบินไปลงที่โตเกียวแล้วล่ะก็ กว่า 80% ต้องมาลงที่สนามบินนี้แน่นอน และที่นี่เองก็ได้มีการตั้งตู้กาชาปองเป็นจำนวนมากเอาไว้ต้อนรับเหล่านักท่องเที่ยวทั้งหลายที่พึ่งเดินทางมาถึงอีกด้วย หรือหากที่ใครที่กำลังจะบินกลับแล้วมีเศษเหรียญอยู่เยอะก็สามารถนำมาละลายทรัพย์ก่อนกลับได้อีกด้วยเช่นกัน โดยกองทัพตู้กาชาเหล่านี้จะตั้งอยู่ใน Terminal 2 และ 3 ของสนามบินนั่นเอง

Tokyo Gashapon Street – Tokyo Station : หากพูดถึงสถานีโตเกียวหลายคนอาจจะนึกถึงสถานีรถไฟที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นที่มีผู้คนสัญจรไปมากันอย่างพลุกพล่าน แต่จะมีใครรู้บ้างว่าภายในสถานีนั้นมีสถานที่ๆ เหล่าคนรักกาชาปองไม่ควรพลาดแอบซ่อนอยู่ด้วย นั่นคือ Tokyo Gashapon Street ที่แห่งนี้มีตู้กาชาปองเรียงรายอยู่มากมาย รอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาขึ้นหรือเปลี่ยนขบวนรถไฟได้หมุนเพื่อฆ่าเวลาเล่นกันสนุกมือเลยทีเดียว

Gachapon Kaikan – Akihabara : หากพูดถึงสถานที่ๆ เป็นสวรรค์ของคนรักการ์ตูนแล้วล่ะก็อากิฮาบาระจะต้องเป็นสถานที่แรกที่ผุดขึ้นมาในใจของใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน ที่แห่งนี้นอกจากของเล่นของสะสมมากมายแล้ว ยังมีตู้กาชาปองกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมอีกด้วย แต่หากพูดถึงร้านที่เป็นจุดรวบรวมกาชาปองไว้มากที่สุดร้านหนึ่งในที่แห่งนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น Gachapon Kaikan ที่ภายในนั้นรวมรวมกาชาปองไว้มากกว่า 500 ตู้ ที่รอคนรักกาชาปองได้ไปหมุนเสี่ยงโชคหาสินค้าคาแรคเตอร์ที่ตนเองอยากได้อยู่

Gashapon Department Store – Sunshine City : หากพูดถึงย่างอิเคะบุคุโระหลายคนคงนึกถึงย่านช็อปปิ้งและจุดนัดพบชื่อดังที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว แต่จะมีใครรู้บ้างว่าที่แห่งนี้มีดินแดนที่เป็นสวรรค์ของคนรักกาชาปองซ่อนอยู่ด้วย นั่นก็คือ Gashapon Department Store ที่ตั้งอยู่ภายในห้าง Sunshine City ที่แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นที่ๆ รวมตู้กาชาปองไว้มากที่สุดในโลกระดับที่ได้รับการบันทึกลงในกินเนสบุ๊คเลยทีเดียว ภายในนั้นมีตู้กาชาปองเรียงรายหลายพันตู้ที่มองเข้าไปต้องถึงกับตาลาย ระดับที่มีเงินเท่าไหร่ได้ละลายหมดตัวแน่นอน

นี่คือส่วนหนึ่งของสถานที่ๆ เราอยากแนะนำให้คนที่รักกาชาปองหรือชื่นชอบการสะสมของที่ระลึกจากญี่ปุ่นได้หาโอกาสไปสัมผัสดู แต่ในช่วงเวลานี้ที่เรายังไม่สามารถเดินทางไปญี่ปุ่นได้นั้น แอดก็ขอแนะนำช่องทางในการซื้อสินค้ากาชาปองหรือของสะสมจากญี่ปุ่นแบบง่ายๆ ให้เพื่อนๆ ได้รู้กัน

นั่นคือ BigOne นั่นเอง โดย BigOne นั้นถือเป็นผู้นำเข้าสินค้าแคนดี้ทอยและกาชาปองลิขสิทธิ์แท้จากทาง Bandai ประเทศญี่ปุ่นเลยนะ แถมยังมีสินค้าฟิคเกอร์ลิขสิทธิ์แท้อีกมากมายจำหน่ายอีกด้วย ใครที่สนใจสินค้ากาชาปองหรือของเล่นของสะสมต่างๆ ก็สามารถเข้าไปดูสินค้าใหม่ๆ จากทางญี่ปุ่นได้ที่ Facebook ของ Big One  ได้เลย

สามารถเข้าไปชมและสั่งซื้อออนไลน์กันได้ที่: https://www.facebook.com/Bigonetoys/

หรือสั่งซื้อกันสดๆ ผ่าน Live ในเพจก็ได้เช่นกัน แถมยังมีโปรโมชั่นซื้อ 10 แถม 2 ด้วยนะ!

ตัวอย่างหมุน Gachapon Live หมุนกันตรงๆ เลย

แล้วคราวหน้าทาง Akibatan เราจะมีบทความอะไรมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันอีกนั้น มารอติดตามกันต่อไปนะ!