เกิดไม่ทัน ! วัยรุ่นญี่ปุ่นแจ้งตำรวจ หลังเข้าใจผิดว่าคนใช้ “มือถือแบบฝาพับ” กำลังถือมีด

4,378 views

อาจจะขึ้นอยู่กับท่าทางการจับด้วยล่ะมั้ง

ก่อนที่สมารทโฟนจะครองโลกเหมือนดั่งปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือจะมีหลากหลายรูปร่าง และหนึ่งในดีไซน์ยอดนิยมนั่นก็คือ แบบฝาพับ ที่ยังคงเสน่ห์ความเท่และน่าใช้ได้อยู่ถึงขนาดทีปัจจุบันก็มีสมาร์ทโฟนที่พยายามจะออกแบบให้เป็นแบบฝาพับด้วยเช่นกัน

แต่ข่าวนี้อาจทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกแก่แบบไม่คาดคิด เหตุเกิดช่วงบ่ายของวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม ได้มีวัยรุ่นหญิงคนหนึ่งโทรแจ้งตำรวจใกล้ ๆ สถานีรถไฟเซนได ว่าเธอเห็นชายคนหนึ่งถืออาวุธมีดพกพา เหตุนี้ทำให้ตำรวจรีบไปยังที่เกิดเหตุทันที เนื่องจากสถานีรถไฟดังกล่าวเป็นสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน และตำรวจก็พบกับผู้ต้องสงสัย เพียงแต่เมื่อสอบสวน สิ่งที่ชายคนนั้นถือไม่ใช่อาวุธมีด แต่มันคือโทรศัพท์มือถือแบบฝาพับต่างหาก !

อย่างไรก็ตามตำรวจก็นำชายคนดังกล่าวมาสอบสวน ซึ่งก็ไม่พบอาวุธมีดแต่อย่างใด ทำให้ทราบว่านี่คือความเข้าใจผิด และวัยรุ่นสาวที่โทรแจ้งตำรวจอาจไม่เคยพบเห็นโทรศัพท์มือถือแบบฝาพับมาก่อนนั่นเอง

คำถามคือแม้ว่าโทรศัพท์มือถือแบบฝาพับจะไม่ใช่สิ่งที่นิยม แต่ก็ไม่น่าถึงขนาดที่วัยรุ่นจะไม่รู้จัก จริง ๆ แล้วสาเหตุคาดว่าเพราะ KDDI ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ที่ยุติการให้บริการเครือข่าย 3G ในฤดูใบไม้ผลินี้ ทำให้โทรศัพท์แบบฝาพับกลายเป็นของหายาก หรือ ของสะสมสำหรับผู้ชื่นชอบเท่านั้น วัยรุ่นหญิงอาจเกิดวัยที่จำความได้ก็เห็น Blackberry ก็เป็นได้ (สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางอย่าง iPhone เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2007 หรือ 14 ปีที่แล้ว )

นอกจากนี้อาวุธมีด หรือเลื่อยลันดาของญี่ปุ่นก็มีลักษณะที่ชวนให้เข้าใจผิดว่าเป็นโทรศัพท์แบบฝาพับได้เช่นกัน (หากไม่เคยได้พบเห็นมาก่อน)

หลังจากข่าวนี้ได้รับการเผยแพร่ ก็มีชาวโซเชี่ยลในญี่ปุ่นมากมายมาร่วมแสดงความคิดเห็น เราขอยกตัวอย่างมาบางส่วนดังนี้

“นี่คือยุคที่คนเริ่มไม่รู้จักโทรศัพท์แบบฝาพับแล้วรึ”
“เดาว่าเป็นไปได้ที่วัยรุ่นหญิงคนนั้นไม่เคยเห็นมันมาก่อน”
“โทรศัพท์แบบฝาพับมันเคยเป็นส่วนสำคัญของชีวิต ตอนนี้มันเป็นเทคโนโลยีที่กำลังหายสาบสูญ”
“ฉันว่าคนเราพลาดได้แหละ”
“หลังจากนี้มั่นใจเลยว่าคนใช้โทรศัพท์แบบฝาพับจะรู้สึกประหม่าตอนใช้ในที่สาธารณะ”

เรียกว่าเป็นข่าวที่ทำให้เรารู้สึกอายุมากขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัวกันเลยทีเดียว

Source : Asahi Shimbun